วัดไทยหนึ่งเดียว ท่ามกลางมัสยิดถึง 5 หลัง ซึ่งเกิดจากการรวมวัด 2 แห่งเข้าด้วยกัน คือวัดท่าและวัดการ้อง คาดว่าจะสร้างขึ้นเมื่อพ.ศ.2076 ในแผ่นดินสมเด็จพระไชยราชา และยังเป็นสถานที่สำคัญในเหตุการณ์ประวัติศาสตร์หลายครั้ง เช่น เป็นที่ประทับพักผ่อนของคณะผู้เผยแพร่พระพุทธศาสนาลัทธิลังกาวงศ์ ทั้งไปปรากฎในพงศาวดารพม่าว่า พระเจ้าตะเบงชะเวตี้ยกทัพมาตั้งที่วัดท่าการ้องเมื่อพ.ศ.2106 ตรงกับรัชสมัยพระมหาจักรพรรดิในสงครามช้างเผือก และเนเมียวสีหบดี แม่ทัพพม่ายกทัพมาในพ.ศ.2310 ในแผ่นดินพระเจ้าเอกทัศ หรือสมเด็จพระที่นั่งสุริยาศน์อมรินทร์ กษัตริย์องค์สุดท้ายแห่งราชธานีอยุธยา ซึ่งหลังจากนั้นมา วัดท่าการ้องก็แปรสภาพเป็นวัดร้าง
แต่สังเกตจากรูปแบบการก่อสร้างเม็ดมะยมรอบกำแพงพระอุโบสถจึงสันนิฐานได้ว่าวัดท่าการ้องจะได้รับการบูรณะในสมัยพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวถึงสมัยพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พุทธศิลป์สมัยกรุงศรีอยุธยาผสมผสานกับศิลปะแบบกรุงรัตนโกสินทร์ยังหลงเหลือในสภาพสมบูรณ์ เช่น พระอุโบสถ ที่มีหน้าบันไม้แต่งลายจำหลัก ซุ้มประตูและหน้าต่างแต่งลายปูนปั้น แต่ด้านหน้าประดับงานกระจกสีสไตล์โบสถ์ฝรั่งดูแปลกตา

พุทธศาสนิกชนนิยมมากราบไหว้หลวงพ่อยิ้ม หรือพระพุทธรัตนมงคล พระพุทธรูปสมัยอยุธยาตอนต้นที่พระพักตร์เปี่ยมเมตตาและงดงามตามศิลปะอันโดดเด่นในยุคนั้นส่วนหอระฆังสร้างสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ก่ออิฐถือปูนเป็นรูปแปดเหลี่ยม และศาลาการเปรียญหลังเก่าด้านหลังพระอุโบสถ ซึ่งสร้างเป็นเรือนไทยไม้สักทรงคุณค่า สิ่งแต่งเติมวัดในปัจจุบันคือพรรณไม้ต่างๆ ตลอดจนรูปปั้นดินเผาพระยิ้มสวมแว่นสวยตา บ้างก็สวมแว่นตาดำ ดึงดูดคนยุคใหม่ให้เข้าวัดได้ดีนัก ที่นี่ยังเคยได้รับรางวัลสุดยอดส้วมแห่งปี 2549 ประเภทวัดและศาสนสถานจากการตกแต่งสวยงามส่วนบริเวณหลังวัดก็จัดเป็นตลาดน้ำกรุงเก่าวัดท่าการ้อง เปิดตลาดริมแม่น้ำเจ้าพระยาขายอาหารและเครื่องดื่ม มีตั้งแต่ส้มตำจนถึงชาเย็นใส่กระบอกไม้ไผ่ อิ่มบุญและอิ่มท้องในคราวเดียว เปิดให้เข้านมัสการและเที่ยวตลาดน้ำเวลา 08.00 – 18.00 น. โทร.0 3580 1399, 0 8599 94249, www.วัดท่าการ้อง.com
/ขอบคุณ ททท